คุณอาจสนใจบทความต่อไปนี้ : 10 เว็บแทงบอลออนไลน์ ยอดนิยม 2017


10 เหตุการณ์ 2017 พลิกประวัติศาสตร์วงการลูกหนัง


เหตุการณ์ 2017

สิ้นสุดกันไปแล้วในปี 2017 ในวงการฟุตบอลเรื่องราวมากมายที่ได้ถูกจารึกให้อยู่ในหน้าประวัติของวงการลูกหนัง วันนี้เรารวบรวม 10 เหตุการณ์สำคัญมาให้ทุกท่านได้รับชม ที่สุดแห่งที่สุด โลกแห่งฟุตบอล กีฬายอดนิยมอันดับ 1 ของโลก 10 เหตุการณ์ 2017 พลิกประวัติศาสตร์วงการลูกหนัง

1.สุดยอดค่าตัว แพงมหาศาล

เหตุการณ์ 2017

หลังจากที่ เนย์มาร์ ได้ตัดสินใจย้ายออกจากถิ่น คัมป์ นู ไปถิ่น ปาร์ก เดส์ แพร็งซ์ เพื่อที่จะไม่ต้องอยู่ใต้ร่มเงาของนักเตะระดับโลกอย่างรุ่นพี่ ลิโอเนล เมสซี่ เขาได้ค่าตัวที่มากที่สุดเป็นประวัติการ ซึ่งก่อนหน้านี้ ปอล ป็อกบา เป็นเจ้าของสถิติด้วยจำนวนเงิน 89 ล้านปอนด์ แต่เมื่อ เนย์มาร์ ได้ย้ายไปยังทีม ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เขาได้ค่าตัวที่มากกว่า และถือเป็นประวัติศาสตร์อีกหนึ่งหน้าของวงการลุกด้วยค่าตัวที่ดคตรแพงมหาศาล คือ 198 ล้านปอนด์ หรือ ราว 222 ล้านยูโร หรือประมาณ 8,654 ล้านบาทไทย โอ้แม่เจ้า อะไรจะมหาศาลขนาดนี้ ซึ่งถือว่านี่คือค่าตัวแพงที่สุด และเชื่อว่า เนย์มาร์ จะโชว์ความสามารถได้คุ้มค่าตัวแน่นอน

2. ป้องกันแชมป์ยุโรปทีมแรกในประวัติศาสตร์ได้สำเร็จ

เหตุการณ์ 2017

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ จากเดิมที่เคยใช้ชื่อ ยูโรเปี้ยน คัพ ตั้งแต่ปี 1992 ยังไม่เคยมีใครที่สามารถป้องกันแชมป์ได้สำเร็จ จนในสุดเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ของวงการลุกหนังก็ได้เกิดขึ้นเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา เมื่อ ราชันชุดขาว รีล มาดริด สามารถผ้องกันตำแหน่งแชมปืได้สำเร็จในนัดชิงที่เจอกับ ยูเวนตุส ที่กรุงคาร์ดิฟฟ์ โดยสามารถเอาชนะไปได้ 4-1 และแมตซ์นี้จะถูกบันทึกเอาไว้อีกครั้ง และเฝ้ารอผู้ที่จะทำลายสถิติในอนาคต ซึ่งอาจจะต้องรอกันอีกแสนนานเลยทีเดียว

3. มหากาพย์สุดยอดดีลที่ยากจะตัดสินใจ

เหตุการณ์ 2017

การดีลนักเตะใหม่ๆ เข้ามาร่วมยังถิ่นของ บาร์เซโลน่า ถือเป็นงานเร่งด่วนเมื่อพวกเขาต้องขาย เนย์มาร์ ออกจากทีม พวกเขาเฝ้าตามหาผู้เล่นระดับท็อปของโลกในตำแหน่งเพลย์เมคเกอร์ตัวเก่ง และในที่สุดก็เลือกที่ คูตินโญ่ สมบัติล้ำค่าของ ลิเวอร์พูล ซึ่งนี่คือการดีลที่กินเวลายาวนานกว่า 2 เดือน มีข่าวออกมาทุกสัปดาหืเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของดีลนี้ และทั้งหมดมีน้ำหนักไปทางที่ คูตินโญ่ จะต้องย้ายออกไปอย่างแน่นอน โดยเฉพาะเจ้าตัวเองที่เปลี่ยนถิ่นที่มั่น จนทำให้การเล่นในช่วงหลังดรอปลงไปอย่างมาก เจอร์เก้น คล็อปป์ จึงจำเป็นตั้งสั่งเขานั่งสำรอง เพราะสภาพจิตใจที่ไม่ค่อยอยู่กับตัว และในที่สุดดีลนี้ก็ปิดได้สำเร็ว และไม่มีการยื้อเวลาต่อไปอีก เมื่อทางด้าน เจอร์เก้น คล็อปป์ บอกปัดทุกข้อเสนอ และยังให้ คูตินโญ่ รักษาเสื้อเบอร์ 10 เอาไว้เช่นเดิม ถือว่านี่คือดีลในประวัติศาสตร์ที่เรรวนตลอดเวลา และกลายเป็นมหากาพย์ที่แฟนตามกันด้วยใจสั่น แต่ทั้งหมดนั้นก็ได้จบลงแล้ว

4. พลิกล็อคบอลโลกครั้งมโหฬาร

เหตุการณ์ 2017

ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกในปีนี้เรียกได้ว่าช็อคแฟนลูกหนังในหลายประเทศ โดยเฉพาะเหล่าบรรดาทีมใหญ่ๆ ที่ถูกคาดการเอาไว้ว่าจะได้เข้ารอบแน่นอน พวกเขาต่างทยอยกันตกรอบแบบใจหายใจคว่ำ จนทำให้หลายคนรู้สึกเสียดายอย่างที่สุด นับเป็นครั้งประวัติศาสตร์ที่ชาติใหญ่ๆ และตัวเกร็งทั้งหลายพากันล้มหายไปจากการแข่งขันในรอบสุด ตั้งแต่แชมป์โคปา อเมริกา อย่างชิลิ และทีมชาติสหรัฐอเมริกา ที่ถือได้ว่าสองทีมนี้เป็นขาประจำในฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย แต่น่าเสียดายที่พวกเขาไม่ได้ไปต่อ และยังมีทีมใหญ่อย่าง ทีมชาติอิตาลี เจ้าของแชมป์โลก 5 สมัย ที่หมดสิทธิ์เพราะว่าแพ้ให้กับ สวีเดน ในรอบ เพลย์-ออฟ ทั้งที่หลายคนมองว่าศึกครั้งนี้เป็นงานง่ายๆ แต่ที่ไหนได้แฟนบอลทั่วโลกต่างต้องช็อคกันตาค้าง ด้วยสกอร์พ่ายแพ้ไป 0 – 1 ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น เพราะว่าในฟุตบอลรอบสุดท้ายที่ประเทศรัสเซียในครั้งนี้เราจะไม่ได้เห็น ทีมชาติฮอลแลนด์ และกลายเป็นสาเหตุสำคัญให้  อาร์เยน ร็อบเบน ขอโบกมือลาทีมชาติอย่างเป็นทางการ หลายเหตุการณ์ในฟุตบอลโลกทำให้เราสะท้านไปถึงทรวงกันเลยทีเดียว

5. แมนฯซิตี้ ยังแรงต่อเนื่อง

เหตุการณ์ 2017

หลายคนมองว่า แมนฯซิตี้ เป็นเพียงไก้รองบ่อนอยู่ตลอดเวลา เขาเป็นอีกทีมที่อยู่ในเมืองแมนเชสเตอร์ร่วมกับทีมใหญ่อย่างปีศาจแดง แต่ดูเหมือนว่าชื่อชั้น และฟอร์มกันเล่นจะต่างกันมาก จนในที่สุดยุคของ แมนฯซิตี้ ก็มาถึง พวกเขาสามารถคว้าแชมป์มาได้อย่างเกินความคาดหมาย แต่ว่ายังไม่หยุดเพียงแค่นั้น ความแรงของเขายังต่อเนื่องเหมือนเครื่องยนต์ที่ไม่มีวันดับ เพราะว่าในปี 2017 พวกเขาชนะต่อเนื่องในลีกมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของเกาะอังกฤษ และน่าเสียตายมากที่ต้องมาหยุดอยู่แค่ 18 นัด เพราะไปเสมอกับทีม คริสตัล พาเลซ 0-0 ในช่วงสิ้นปีที่ผ่านมา ไม่อย่างนั้นเราอาจจะได้สถิติที่มีทำลายได้ยากขึ้น แต่เชื่อว่าสถิติชนะติดต่อกัน 18 ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะมีทีมอื่นทำได้ในอีก 3 – 5 นี้แน่นอน

6. คว้าบัลลง ดอร์ 5 สมัย

เหตุการณ์ 2017

ลิโอเนล เมสซี่ สตาร์ที่โดดเด่นระดับโลก เจ้าของรางวัล คว้าบัลลง ดอร์ 5 สมัย และในปีนี้เขาได้ถูกท้าทายโดย โรนัลโด้ ผู้ที่ได้รับรางวัล บัลลง ดอร์ ในปี 2017 ซึ่งทำให้ โรนัลโด้ สามารถคว้าบัลลง ดอร์ สมัยที่ 5 เทียบเท่ากับ ลิโอเนล เมสซี่ ไมน่าแปลกใจเลยเพราะว่า โรนัลโด้ คือนักเตะที่เตะไปด้วยความสามารถในทุกด้าน และการันตรีด้วย ดับเบิลแชมป์ ป้องกันแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ และแชมป์ลาลีก้า พร้อมกับคว้าถ้วยสแปนิช ซูเปอร์คัพ และยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ ทั้งหมดนี้คือเครื่องรางวัลที่ โรนัลโด้ สมควรได้รับอย่างยิ่ง เราต้องมาดูกันว่าในปี 2018 ใครจะป็นผู้สร้างประวัติศาสตร์ของวงการลูกที่จะสามารถคว้า บัลลง ดอร์ สมัยที่ 6 ไปได้ หรือว่าอาจจะเป็นคลื่นลูกใหม่ที่เราไม่ได้คาดคิด แต่หากว่าเป็น โรนัลโด้ หรือ ลิโอเนล เมสซี่ แล้วละก็ ปี 2018 จะต้องจารึกชื่อของพวกเขาในรางวัล บัลลง ดอร์ ไปอีกแสนนานเลยทีเดียว

7. อังกฤษ come back never die

เหตุการณ์ 2017

ไม่น่าเชื่อว่าประเทศที่มีลีกดังอย่าง อังกฤษ จะไม่ค่อยได้ถ้วยอะไรเป็นชิ้นเป็นอันสักเท่าไหร่นับตั้งแต่ ปี 1966 เพราะว่าหลังจากนั้นพวกเขาไม่เคยได้สัมผัสถ้วยแชมป์จากรายการใดๆ เลยทั้งสิ้น จนมาถึงปี 2017 พวกได้กลับมาอีกครั้ง และนี่อาจะเป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จในอนาคตอันใกล้ เพราะว่าเลือดใหม่ได้แสดงศักยภาพอันน่าทึ่ง ทีมชุด 20 และ 17 ปี สามารถคว้าแชมป์แชมป์โลกได้ทั้ง 2 รายการ โดยในชุด U20 ยังไลออนส์ ได้โชว์ฝีเท้าและคว้าแชมปโลกที่ประเทสเกาหลีมาได้สำเร็จ โดยมีนักเตะที่แจ้งจำนวนมาก ทั้ง อเดโมล่า ลุคแมน , โดมินิค โซลันกี้ และที่สำคัญคือ คัลเวิร์ธ-เลวิน และชุด U17 ก็ไม่ทำให้น้อยหน้าเพราะว่าพวกเขาเองก็คว้าแชมป์โลกที่ประเทศ อินเดีย ได้สำเร็จ โดยการปราบทีเต็งอย่าง บราซิล และ สเปน และผู้เล่นที่กำลังรบในครั้งนี้คือนักเตะจาก แมนฯซิตี้ และลิเวอร์พูล ซึ่งคาดการเอาไว้ว่านักเตะเหล่านี้จะขึ้นมาสร้างชื่อเสียงระดับได้อย่างแน่นอน พวกเขาจะสามารถพัฒนาจนขึ้นมาติดทีมชุดใหญ่ได้หรือไม่ และบอลโลกที่ใกล้จะมาถึงนี้อาจจะมีชื่อของเขาติดอยู่ในรายชื่อผู้เล่นตัวจริงก็เป็นได้

8. เอ็มบัปเป้ แจ้งเกิดเต็มภาคภูมิ พร้อมกับพา โมนาโก คว้าแชมป์ลีกเอิง

เหตุการณ์ 2017

รีลมาดริด ยอดทีมจากสเปน สุดยิ่งใหญ่ และทุนมหาศาล หากจะเทียบกับทีม รีลมาดริด ก็คงมีเพียงไม่กี่ทีมเท่านั้นที่จะมีผู้เล่นชั้นแนวหน้าระดับออร์สตาร์รวมกันอยู่มากมายขนาดนี้ เรากำลังจะพูดถึงทีม ปารีส แซงต์ แชร์แม็ง ทีมใหญ่สุดในลีกฝรั่งเศส เจ้าของแชมป์แบบแทบจะผูกขาด แต่ใครจะเชื่อว่าในปี 2017 พวกเขาเสียแชมป์ให้กับทีม โมนาโก อย่างไม่น่าเชื่อ ทำให้นักเตะจาก โมนาโก ได้แจ้งเกิดกันมากมายเช่น ฌิบริล ซิดิเบ้ , ฟาบินโญ่ และคนสำคัญที่สุดที่ช่วยให้ทีม โมนาโก คว้าแชมป์คือ คิลิยัน เอ็มบัปเป้ แต่เมื่อเขาได้พุ่งทะยานมาอยู่ในชั้นแนวหน้าของโลก โมนาโก ก็ไม่สามารถรั้งตัวเอาไว้ได้อีกไป เพราะว่าในที่สุดแล้ว เอ็มบัปเป้ ก็ตกตลงย้ายไปอยู่กับยอดทีมใหญ่ ปารีส แซงต์ แชร์แม็ง นั่นทำให้ผลงานที่ผ่านมาของ โมนาโก ตกต่ำลงไป และ ปารีส แซงต์ แชร์แม็ง ก็มีผลงานที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ถือว่าเป็นกลยุทธ์ที่ยอดเยี่ยมนอกจากตัดกำลังคู่ต่อสู้ ยังเพิ่มศักยภาพให้ตัวเองอีกด้วย ดูเหมือนว่าเส้นทางของ เอ็มบัปเป้ ใน ปารีส แซงต์ แชร์แม็ง จะสดใส และมีเวลาพิสูจน์ตัวเองไปอีก

9. บาร์ซ่า บ้าไปแล้ว

เหตุการณ์ 2017

หลังจากจบเกมที่ ปาร์ก เดส์ แพร็งซ์ หลายคนก็ช็อคไปตามๆ กัน เมื่อทีมต่างดาวอย่าง บาร์เซโลน่า กลับพลาดท่าอย่างไม่น่าให้อภัย พ่ายแพ้ให้ เปแอสเช ไปถึง 4 – 0 ซึ่งแน่นอนแล้วว่าแม้จะเหลืออีกเกม ก็เป็นงานที่ยากสาหัสมากกับ บาร์เซโลน่า เพราะว่าพวกเขาแทบจะไม่มีทางเลยที่จะชนะได้ถึง 5 ลูก ใครที่จะชนะ เปแอสเช ได้ถึง 5 ลูก ต้องบอกในโลก และในโลกหน้าก็อย่าหวัง แต่อย่าลืมว่า บาร์เซโลน่า ไม่ใช่ทีมที่ถูกบัญญัติเอาไว้บนโลก พวกเขาคือทีมต่างดาว และกลับมาจากนรก ในเลคที่ 2 บาร์เซโลน่าพลิกกลับมาสร้างได้อีกครั้ง เมื่อพวกเขาขึ้นนำ 3 – 0 แต่ว่าความหวังนั้นดูเหมือนจะดีใจได้ไม่นานเมื่อ เอดิสัน คาวานี่ จาก เปแอสเช สามารถยิงประตูได้สำเร็จในนาทีที่ 62 ทำให้กลายเป็น 3 – 1 และเหมือนจะตอกตะปูปิดตายตั๋วเข้ารอบ ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ ของ บาร์เซโลน่า เป็นที่เรียบร้อย

เวลาจวนเจียนใกล้จะหมด เหลือเพียง 5 นาทีสุดท้าย แต่ใครจะไปเชื่อว่า นาที 88 เนย์มาร์ สามารถยิงเพิ่มได้ 1 ประตู และได้ลุกจุดทาอีกหนึ่งลูก ทำให้กลายเป็น 5 – 1 ส่งผลให้ แต่ในความช็อคยังมีความช็อคซ้ำเข้าไปอีก เมื่อก่อนสิ้นเสียงนกหวีดหมดเวลา เซร์จี้ โรแบร์โต้ ผู้เล่นตัวสำรองของ บาร์ซ่า ได้ยิงลูกดับความหวังของ เปแอชเช มลายสิ้น ทำให้สกอร์รวมเป็น 6 – 1 ส่งผลให้ เปแอชเช ตกรอบอย่างไม่น่าเชื่อมาก่อน นี่คือแมตซ์ประวัติศาสตร์ที่แฟนบอลจะไม่มีวันลืมอย่างแน่นอน

10.ซีเรีย เกือบได้ไปบอลโลก

เหตุการณ์ 2017

ถือเป็นเรื่องน่าเศร้าเมื่อ ซีเรีย ไม่สามารถเล่นนัดเหย้าในบ้านตัวเองได้ เนื่องจากปัญหาความไม่สงบภายในประเทศ ฟุตบอลโลก 2018 เป็นอะไรที่ระทึกมากๆ เมื่อ ซีเรียได้จบผลรอบคัดเลือกรอบสุดท้ายที่อันดับ 3 ของกลุ่มและต้องไปเตะเพลย์ออฟกับ ออสเตรเลีย ซึ่งน่าเสียดายมากที่พ่ายแพ้ไป ทำให้พวกเขาเกือบจะได้เข้าไปเล่นบอลโลกรอบสุดท้าย ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดายอย่างที่สุด